ป่าแก่งกระจาน  พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติในไทย

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับป่าแก่งกระจานกันดีกว่าค่ะ  ป่าแก่งกระจานมีพื้นที่อยู่ในขอบเขตของจังหวัดเพชรบุรี  ประเทศไทยเรานี่เองป่าแก่งกระจานประกอบไปด้วย 4 อุทยานแห่งชาติโดยมีความยาวของพื้นที่ทั้งหมดตั้งแต่เหนือจรดใต้รวมแล้วกว่า 200 กิโลเมตรซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่

นาย วราวุธ  ศิลปะอาชา  ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ในขณะนั้น  ได้เป็นผู้นำเสนอและผลักดันกลุ่มป่าแก่งกระจาน  และเข้าร่วมในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 44  ณ ประเทศจีน  จนกระทั่งองค์การยูเนสโก  ได้ประกาศให้ป่าแก่งกระจานเป็นแหล่งมรดกโลกแหล่งที่ 6 ของไทย  และได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกเมื่อวันที่  26  กรกฎาคม  2564  และยังเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแหล่งที่ 3 ของประเทศ  ต่อจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง  และกลุ่มป่าดวงพญาเย็น-เขาใหญ่  อีกด้วย อย่างไรก็ตามกว่าที่ป่าแก่งกระจานจะได้รับการรับรองจนนำมาซึ่งความภูมิใจและความสำเร็จได้นั้น  ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้ตระหนักเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของกลุ่มป่าแก่งกระจานที่เป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีความสำคัญยิ่งอีกทั้งป่าแก่งกระจานยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชชนิดต่างๆ และพันธุ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์มีคุณค่าที่โดดเด่นระดับโลก  อีกทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำเพชรบุรี  แม่น้ำปราณบุรี  และแม่น้ำภาชี  จึงนับว่าเป็นป่าผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง

ก่อนที่จะมีวันนี้เราไปดูกันว่าป่าแก่งกระจานผ่านอะไรกันมาแล้วบ้างทางอุทยานฯได้จัดเริ่มจากการทำยุทธการเอาคนออกจากป่าต้นน้ำของอุทยานฯ โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2535  เป็นเหตุการณ์ที่มีคนพูดถึงมากที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง  ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้านบ้านบางกลอย  ยังมีการเผาบ้านเรือนของชาวกะเหรี่ยงเมื่อปี 2554  อีกด้วย  และได้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่ออุทยานฯได้แจ้งความดำเนินคดีฐานบุกรุกป่ากับชาวบ้าน  ได้วางกำลังจับกุมชาวบ้านจำนวน  22 คน  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม และยังบังคับให้ชาวบ้านอีก 85 คนย้ายลงมาจากบ้านบางกลอยบน  ในขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้นำคนออกจากป่าต้นน้ำแก่งกระจานก็อยู่ในกระบวนการยื่นเสนอขอเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในการพิจารณาครั้งนั้น  กรกฎาคม 2562  ยูเนสโกได้มีมติไม่รับรองให้อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและยังได้มีสถานะคือ  “ส่งเรื่องกลับ”  โดยยูเนสโก  ได้ให้ข้อเสนอให้ปรับปรุงเพิ่มเติม 2 เรื่อง

  1. ให้ไปปรับปรุงแนวขอบเขตที่เส้นเขตแดนระหว่างไทยและเมียนมาร์
  2. ให้จัดทำเอกสารข้อเปรียบเทียบในเชิงคุณค่าเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ

ซึ่งในครั้งนี้ได้ให้เวลาในการศึกษาและเตรียมข้อมูลทางด้านเอกสารเพิ่มเติมเป็นเวลา 3 ปี ทีนี้เรามาดูกันว่าถ้าเราจะไปเที่ยวกันเราจะต้องเตรียมอะไรกันบ้าง ก่อนอื่นเลยอยากให้เพื่อนๆสอบถามและศึกษาข้อมูลเบื้องต้นกันมาก่อนเพื่อประโยชน์ของเพื่อนๆเองและอีกอย่างหนึ่งที่อยากฝากไว้ขอให้เพื่อนๆปฏิบัติตามมาตรการและข้อปฏิบัติของอุทยานฯอย่างเคร่งครัดกันด้วย

เรามีวันสำคัญๆ ที่ทางอุทยานฯ ให้เข้าฟรีมาแอบบอกด้วยนะ

  1. วันเด็กแห่งชาติ
  2. วันครอบครัว (14 เมษายน)
  3. วันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ พระราชินี (3 มิถุนายน)
  4. วันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ พระเจ้าอยู่หัว (28 กรกฎาคม)
  5. วันแม่แห่งชาติ (12 สิงหาคม)
  6. วันพ่อแห่งชาติ (5 ธันวาคม)

ส่วนวันปิดประจำปีของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานก็มีนะจ๊ะ  ในปีนี้จะปิดวันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2565  เพื่ออะไรนะหรือ  ก็เพื่อเป็นการพักแหล่งท่องเที่ยวและธรรมชาติในอุทยานฯ  ให้ได้มีการฟื้นฟูตามธรรมชาติซึ่งจะปิด 2 แหล่งท่องเที่ยวนะ

  1. หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ. 10 (ห้วยแม่สะเรียง)
  2. หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ. 19 (เขาพะเนินทุ่ง)

แต่เพื่อนๆ ก็จะมีอุทยานให้เที่ยวอีก 3 ที่  สามารถมากางเต็นท์ได้ด้วยนะ

  1. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (ริมอ่างเก็บน้ำ)
  2. หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ. 3 (ห้วยป่าลา)
  3. หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ. 4 (บ้านกร่าง)

เอาล่ะทีนี้เพื่อนๆ ก็ได้รู้แล้วว่าจะไปกันที่ไหนเมื่อไรและต้องเตรียมอะไรกันบ้างอุทยานทางธรรมชาติที่สวยๆก็ขอให้เพื่อนๆรักษากันไว้เที่ยวอย่างมีสติไม่รบกวนธรรมชาติมากเกินไปเก็บภาพถ่ายมาชมกันก็พอวันหน้าเราจะหาที่เที่ยวมาฝากอีกวันนี้…บ๊ายบายจ้า