ปัญหาการบุกรุกและกฎหมายคุ้มครองป่าชายเลน

ป่าชายเลนเป็นพื้นที่สำคัญทางธรรมชาติที่ควรช่วยกันปกป้องและคุ้มคลองจากผู้บุกรุก ตลอดหลายปีที่ผ่านมาป่าชายเลนถูกทำลายจากการนำมาทะนากุ้ง และปลูกสิ่งก่อสร้างทับมากมายจนกทำให้พื้นที่ป่าเสียหาย ระบนิเวศและสิ่งมีชีวิตได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ป่าชายเลนมีพื้นที่กว่า 2 หมื่นไร่ จาก 23 จังหวัดทั่วประเทศไทย ได้แก่

1.สมุทธสาคร มีพื้นที่ 126,000 ไร่ โดนรุกพื้นที่และเสียหายไป 5,070 ไร่ (ที่อยู่อาศัย)

2.ชลบุรี 41,313 ไร่ โดนรุกพื้นที่และเสียหายไป 3,680 ไร่ (ที่อยู่อาศัย)

3.เพชรบุรี 35,200 ไร่ โดนรุกพื้นที่และเสียหายไป 1,860 ไร่ (ที่อยู่อาศัย)

4.ปัตตานี 25,187 ไร่ โดนรุกพื้นที่และเสียหายไป 527 ไร่ (ที่อยู่อาศัย)

5.พังงา 3,680 ไร่ โดนรุกพื้นที่และเสียหายไป 852 ไร่ (ที่อยู่อาศัย)

นอกจากนี้ส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือส่วนในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากกว่า 100,000 ไร่ ถึงแม้ว่าจะมีกฎหมายคุ้มครอง แต่ดูเหมืนอว่าจะไม่มีใครสนใจ และพยายามรุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปป่าชายเลนจะหมดไปจากประเทศไทย และทำให้สูญเสียแหล่งธรรมชาติที่สำคัญของประเทศ ทำให้รัฐบาลพยายามพลักดันในการยึดพื้นที่ป่าชายเลนกลับคืนมาจากทั้ง 23 จังหวัดตามความถูกต้องในพระราชบัญญัติป่าไม้ดังนี้

พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช  พ.ศ. 2484

มาตรา 54 ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือ กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่จะกระทำภายในเขตที่ได้ จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมและรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจนุเบกษา หรือโดยได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา 72 ตรี ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 54 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้ามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ    พ.ศ. 2507

มาตรา 14 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ เว้นแต่

(1) ทำไม้หรือเก็บหาของป่าตามมาตรา 15 เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยตามมาตรา 16 มาตรา 16 ทวิ หรือมาตรา 16 ตรี กระทำการตามมาตรา 17 ใช้ประโยชน์ตามมาตรา 18 หรือกระทำการตามมาตรา 19 หรือมาตรา 20

(2) ทำไม้หวงห้ามหรือเก็บหาของป่าหวงห้ามตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้

พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

มาตรา 97    ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใด โดยมิชอบด้วยกฎหมาย  อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ  หรือเป็น  สาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น

พระราชบัญญัติ ทั้งสามฉบับนี้ดูเหมือนจะมีบทลงโทษที่น้อยเกินไปจนไม่มีใครกลัว ในเร็ว ๆ ทางหลายหน่วยงานกำลังพลักดันให้มีการเพิ่มบทลงโทษที่หนักขึ้นสำหรับผู้ที่พยายามบุกรกป่าชายเลนของพวกเรา