นักอนุรักษ์ป่าไม้ อีกหนึ่งอาชีพปิดทองหลังพระ

นักอนุรักษณ์ป่า

ถ้าพูดถึงอีกหนึ่งอาชีพที่เราชาวเมืองอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกันมากนัก ก็คงเป็นอาชีพ ‘นักอนุรักษ์ป่าไม้’ ซึ่งอาชีพนี้ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีความสำคัญต่อทรัพยากรของชาติ เป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง

นักอนุรักษณ์ป่า

‘นักอนุรักษ์ป่าไม้’ หรือ ‘ผู้พิทักษ์ป่า’ ทหารกล้าแห่งพงไพรลาดตะเวนเข้าไปในป่าลึก โดยในแต่ล่ะภารกิจใช้เวลาร่วมเดือน หรือนานกว่า 3 เดือน เพื่อแกะรอยเสาะแสวงหาพวกลักลอบลักตัดไม้ เพื่อส่งออกนอกประเทศ อีกทั้งพวกเขายังช่วยปกป้องเหล่าสัตว์ป่าทั้งน้อย – ใหญ่ ให้พ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราชลักลอบค้าเนื้อกับอวัยวะด้วย ซึ่งความจริงที่ต้องยอมรับ คือ การปฏิบัติหน้าที่แต่ล่ะครั้งถึงแม้จะมีโอกาสกลับบ้านเพื่อไปหาครอบครัว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความอันตราย บางคนกลับบ้านด้วยการบาดเจ็บทางกายอย่างรุนแรง หรืออาการบาดเจ็บทางใจที่ถูกกดดันจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล บางครั้งทหารกล้าแห่งพงไพร ต้องแบกร่างเพื่อนรักเอาไว้บนบ่า เพื่อหลบจากการยิงปะทะกับคนลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ป่า เพื่อนพ้องหลายต่อหลายคน ต้องสูญเสียชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

นี่คือสิ่งที่ผู้คนทั่วไปไม่ค่อยมีใครได้ล่วงรู้ แต่ “ผู้พิทักษ์ป่า” ต่างรู้กันดี และเต็มใจปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างสุดความสามารถ เพราะพวกเขาได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไว้ว่า จะต้องปกป้องรักษาแผ่นดินนี้เท่าชีวิตของพวกเขา

ชีวิตเบื้องหลังของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เป็นมุมยากลำบากซึ่งหลายๆคนไม่เคยเห็น ผู้ปิดทองหลังพระให้องค์พระมีความงามทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ผู้ปกป้องคุ้มภัยดูแลทุกชีวิตและธรรมชาติในผืนป่าของประเทศไทย ให้อุดมสมบูรณ์ พวกเขาต้องมีการบุกฝ่าดง ไปกับหนทางอันยากลำบากเพื่อเข้าถึงพื้นที่ ก่อนจะขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ผู้พิทักษ์ป่า’ พวกเขาต้องผ่านขั้นตอนการฝึกอันยากลำบากโหดหิน พร้อมบรรยายภาพชีวิตอันจมหาย เข้าไปอยู่ในป่าเขาลำเนาไพรให้ฟังว่า เต็มไปด้วยความแร้นแค้นแต่เป็นสุข การตั้งหน่วยในป่าลึก บางครั้งการส่งเสบียงจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ ขาดแคลนทั้งน้ำ – ไฟ รวมทั้งเสบียงอาหาร เช่น ปลากระป๋อง , มาม่า , ข้าวสาร , พริก , เกลือ เป็นอาหารหลักซึ่งขาดเสียไม่ได้ เมื่อนำมารวมเข้ากับผักป่านานาชนิด โดยเฉพาะมะเขือขื่นแล้ว ก็จัดเป็นอาหารเหลาท่ามกลางป่าไม้ ครบด้วยสารอาหาร มนุษย์ต่างขวนขวายอยากจะมีชีวิตรอด แล้วสัตว์ป่าเล่าไม่ต่างกันหรือ ? เราแบ่งพื้น

บนโลกนี้จำนวนมากเพื่อมาสร้างความเจริญให้แก่เผ่าพันธุ์ แต่พื้นที่ส่วนน้อยอันเขียวขจีอันเต็มไปด้วยธรรมชาติและสัตว์ป่าไฉนยังต้องมุ่ง ‘ทำลาย’