ทฤษฎีปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก เป็นอย่างไรกันนะ

ปลูกป่าไม่ต้องปลวก

‘ทฤษฎีปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก’ หลายๆคนเมื่อได้อ่านประโยคนี้แล้ว คงเกิดความงงงวยกันเป็นแถบๆ และเกิดความสงสัยว่าแล้วต้องทำอย่างไรกันนะ ? วันนี้เราจึงนำสาระความรู้อันน่าสนใจมาฝากกันค่ะ

แม้ไม่เพิ่มแต่ป่าก็สามารถฟื้นฟูได้ ปลูกป่าไม่ต้องปลวก

โดยวิธีนี้ใช้หลักการ ‘วัฎธรรมชาติ’ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ท่านทรงมีความห่วงใยในเรื่องปริมาณป่าไม้อันลดลงเป็นอย่างมาก ท่านจึงพยายามค้นหาวิธีในการจะทำให้จำนวนป่าไม้เพิ่มมากขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งจากการคิดค้น ท่านได้พระราชทานพระราชดำริออกมามากมายหลายวิธี และหนึ่งในวิธีนั้นก็คือ การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่…

  • ถ้าเลือกพื้นที่อันเหมาะสมได้แล้ว ก็ปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่ต้องทำอะไรเลยสักอย่าง เพียงเท่านี้ป่าก็จะเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างอุดมสมบูรณ์ โดยไม่ต้องปลูกเลยสักต้น
  • สืบเนื่องจากข้อแรก คือ ไม่ไปทำลายหรือยุ่งต้นไม้ เพียงแต่ปกป้องให้มันขึ้นเองเท่านั้น
  • สำหรับป่าเต็งรัง ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเช่นเดียวกัน เนื่องจากตอไม้จะขยายสาขากิ่งก้านออกมาเอง ถึงแม้ต้นไม้จะไม่งดงามแต่ก็สามารถเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้

นอกจากนี้ยังมีพระราชดำรัช ‘ปลูกป่าในที่สูงซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ท่านก็ทรงแนะวิธีการ ได้แก่

ให้เลือกไม้ประเภทมีเมล็ดขึ้นไปปลูกบนยอดสูง เมื่อมันเติบโตแล้ว ก็จะออกเมล็ดลอยตกลงมาบนผืนดินแล้วงอกเงยเอง ในที่ต่ำต่อไป ซึ่งจัดเป็นการขยายพันธุ์โดยธรรมชาติ

ส่วนการปลูกป่าต้นน้ำลำธาร ท่านก็ทรงเสนอแนวทางปฏิบัติว่า…

  • ปลูกให้ต้นไม้ขึ้นอยู่เดิม ก่อนอื่นต้องสำรวจก่อนว่าพืชพันธุ์ไม้ในแถบนั้นมีอะไรบ้าง แล้วค่อยปลูกเพิ่มรายชื่อของชนิดต้นไม้ที่ศึกษามาได้
  • ไม่ควรนำไม้ที่ไม่ได้อยู่ในถิ่นเดิมมาลงดินเด็ดขาด

การปลูกป่าทดแทน

ประเทศไทยของเรามีอาณาเขตป่าไม้เหลืออยู่แค่ร้อยละ 25 ของประเทศ โดยถ้าจะเพิ่มเนื้อที่ป่าไม้ให้ได้ 40 % ของพื้นที่แล้ว ประชาชนทุกคนจะต้องช่วยกันปลูกไม่ต่ำกว่าปีละ 100 ล้านต้น และใช้เวลายาวนานกว่า 20 ปี จึงได้ครบตามเป้าหมาย ด้วยเหตุนี้การปลูกป่าเพิ่มส่วนที่เสียหายไปจึงมีความสำคัญมาก เป็นทฤษฎีอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานการปลูกป่าทดแทน เพื่อสร้างธรรมชาติอันงดงามลงบนแผ่นดินด้วยวิธีทางแบบผสมผสาน โดยจะต้องดำเนินอย่างมีแผนการ ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้ง ชาวเขา , เจ้าหน้าที่ป่าไม้ , กรมชลประทานและฝ่ายเกษตรกร ผสานความเข้าใจกันเป็นหนึ่งเดียว ดำรงรักษาผืนป่าไว้ตราบนานเท่านาน